หลังจากเสียศูนย์ขนานใหญ่จากความคิดเด็กน้อยไปพอสมควร ผมต้องพยายามมากขึ้นอีกหลายเท่ากับคำถามที่ว่า “ผมทำอะไรพลาดไป” มันต้องมีข้อผิดพลาดแน่นอนครับ ผมไปอยู่ในจุดที่เคว้งคว้างทั้ง ๆ ที่วางแผนมาแล้วได้ยังไง?

หลังจากทบทวนอยู่นาน คำตอบคือจริง ๆ แผนที่วางไว้มันคือแผนการทำงานเฉย ๆ ผมไม่ได้ล้มเหลวจากการวางแผนโพสแต่อย่างใด แต่ผมล้มเหลวจากที่ไม่รู้ว่าผมจะได้ Likes มาจากไหนและ Likes ที่ได้มาต้องจัดการยังไงต่างหาก

คุณอาจจะตอบได้ว่าแค่ Promote Page ก็ได้ Likes แล้ว จากนั้นก็โพสอะไรเจ๋ง ๆ ลงไปก็จบ นั่นอาจจะเป็นคำตอบที่ดูขาดความรับผิดชอบเอาอย่างมากเลยนะครับ

การที่เราซื้อ Likes นั้นมันง่าย แต่การที่จะได้ Likes ที่สนใจเราจริง ๆ และมี Engagement กับเรามันยากนะครับ บริการแบบเรานั้นมันก็ไม่ได้ง่ายแบบเพจร้านค้าที่ต้องการจำนวนคนเห็นสินค้าแล้วให้สินค้าหรือคำโฆษณาเริ่มขายตัวของมันเอง ที่สำคัญคือพวกสินค้าขายปลีกยังมีโอกาสผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตัวสินค้าไปเรื่อยไม่มีเบื่อแต่หากเราไปโฆษณาขายบริการชิปปิ้งกันโต้ง ๆ วันเว้นวัน คงไม่มีใครชอบแน่นอนครับ

ผมมีประสบการณ์ซื้อมาหลายครั้ง แต่ละครั้งผมก็ใช้การวัดผลที่แตกต่างกัน เริ่มจากการตั้งกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันไปและสังเกตคนที่มากด Like เพจทั้งหมด เชื่อมั้ยครับว่า Likes ที่ซื้อโฆษณามาจำนวนมากทยอย unlike ไปเรื่อย ๆ เมื่อพวกเค้าพบว่านี่ไม่ใช่เพจที่พวกเค้าสนใจ ตั้งแต่เปิดเพจมา Likes ส่วนมากที่กด Unlike มักจะตามมาหลังจากช่วงซื้อ Likes ไม่นานแต่ช่วงที่ไม่ซื้อจำนวน Like ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องไม่ลดง่าย ๆ อย่างมีนัยสำคัญ มันบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าการซื้อ Likes แค่เป็นการต้อนคนมามาก ๆ แล้วพวกเค้าก็ค่อย ๆ ออกไปภายหลังเมื่อพวกเค้ารู้ตัวว่าเราไม่ใช่ที่เค้าตามหาครับ

ดังนั้นผมจึงสรุปได้ว่า การซื้อโฆษณาจะช่วยเรื่องจำนวน แต่สิ่งที่คุณมอบให้คนที่มากด Like จะช่วยให้คุณเติบโตอย่างยั่งยืนมากกว่า และถ้าเราไม่รู้ว่าเราต้องการสมาชิกแบบไหนและจะทำยังไงกับพวกเค้า สุดท้ายเงินที่เราจ่ายลงไปก็สูญเปล่าอยู่ดี การทำการตลาดบน Facebook ของ B2B จึงไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะใช้เงินเพียงอย่างเดียวครับ