ผมเป็นสตาร์ทอัพเล็ก ๆ ด้านขนส่งที่ไม่ได้มีอะไรใหม่นอกจากการตลาดออนไลน์ครับ ซึ่งบริษัทเล็ก ๆ แบบนี้ไม่ต่างจากฟรีแลนซ์ซักเท่าไหร่ จึงอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ให้อ่านกันก่อนที่คุณจะตัดสินใจทำอะไรลงไป

ผมเริ่มจากการหัดทำการตลาดออนไลน์จนทุกวันนี้มีเว็บไซต์ที่มีคนเข้าจำนวนมาก และยังเปิดสอนออนไลน์มาเก็ตติ้งสำหรับธุรกิจด้านนี้ วันที่ผมเริ่มธุรกิจนั้นจะเรียกว่าตกกระไดพลอยโจนก็ได้นะครับ มันเริ่มจากความ งง ๆ เพราะผมตัดสินใจลาออกอย่างไม่มีเหตุผลอันสมควรเท่าไหร่ แต่ใจมันไม่อยากอยู่แล้ว… ก็ลาออกเลยละกัน **ห้ามลอกเลียนแบบโดยใช้อารมณ์เพียงอย่างเดียวนะครับ**

ปล. ใครอยากเรียนคอร์สออนไลน์มาเก็ตติ้งสำหรับเซลส์เฟรทฯและชิปปิ้ง อย่าลืมติดดาวเพจ FB.com/eximportal ไว้นะครับ พร้อมเมื่อไหร่จะมาประกาศวันเรียนให้ทราบครับ

คั่นโฆษณาไปแล้วก็มาเล่าต่อครับ… โดยความตั้งใจของตัวผมเอง ผมเลือกที่จะทิ้งลูกค้าทั้งหมดในช่วงการทำงานไว้ข้างหลังไม่พาย้ายมาด้วย อันนี้แอบภูมิใจนิด ๆ แต่ก็แกลบมากนะครับ งานต้องหาใหม่หมดเลย ซึ่งที่กล้าตัดสินใจแบบนี้ก็เพราะอย่างที่บอกไป ผมมีเครื่องมือผลิตลูกค้าอยู่ในมือซึ่งก็คือเวปไซต์นี้นั่นเอง(มีคนเคยแย้บ ๆ จะซื้อที่ประมาณ 1 แสน แต่ใจผมตั้งไว้ล้านนึง ผมเลยพาไปคุยเรื่องอื่นอย่างไม่มีเยื่อใยครับ 55)

จากที่ตั้งใจว่าจะพัก 1 เดือนโดยไม่ทำอะไรเลย แบบทำตัวไร้ค่าไปวัน ๆ ให้ได้ ก็ต้องเริ่มเป็นฟรีแลนซ์หลังปีใหม่ได้ 10 วันเท่านั้น…. เพราะสัญญาณของโอกาสมันเริ่มต้นขึ้นแล้ว ปริมาณการเข้าเวปไซต์มันสูงมากพอจะทำให้เกิดลูกค้า walk-in เข้ามาเยอะมากกว่าปกติและถ้าทิ้งไว้เฉย ๆ คงไม่ดีแน่นอน เลยตัดสินใจจะทำฟรีแลนซ์ดีกว่า ก็ได้มา 1-2 ชิปเม้นท์ พอมีกำไรนิดหน่อยให้ได้รู้สึกว่าเริ่มกลับมาทำงานละนะ

จนกระทั่งเดือนที่ 2 นั้นเริ่มรับไม่ไหว จากเมื่อก่อนเพียง 60-80 คนเข้ามาคุยต่อเดือน เป็น 120 คนต่อเดือนและเป็นคนที่มีโอกาสจะเป็นลูกค้าได้ราว 40-50% เลยทีเดียว นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำไมผมถึงประเมิณตัวเพจและเวปไซต์ของผมไว้ที่ 1 ล้านบาทนะครับ ถือว่าถูกมาก ถ้าทำกำไรจากลูกค้าได้ 60 คน คนละ 500 บาท ก็ 3 หมี่นต่อเดือนแล้วนะครับ ปีนึงก็สามแสนหก ไม่ถึงสามปีคืนทุน แต่ในความเป็นจริงคงไม่ใช่แบบนั้น เพราะถ้าเก็บลูกค้าประจำไว้ได้ก็จะมีรายได้ทวีคูณไปอีกนะครับ แค่ปีเดียวก็น่าจะคืนทุนพร้อมกำไรเป็นมูลค่าของแบรนด์ไปแล้ว

สุดท้ายเดือนที่ 3 ผมก็จดบริษัทขึ้นมาเพราะเริ่มเล็งเห็นแล้วว่าต้องทำจริงจังได้แล้ว และในอีกทางหนึ่งก็มีคนมาช่วยเพิ่มด้วย งานการที่เข้ามานั้นน่าจะพอให้เริ่มต้นได้ หากเติบโตไปเรื่อย ๆ ก็คงจะขยายและทำตามความฝันสมัยยังเป็นลูกจ้างได้แน่นอน ซึ่งผมฝันว่าจะมีแมกกาซีนเกี่ยวกับการทำธุรกิจบนโลกใบนี้ และ บริษัทขนส่งขนาดเล็กที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยทำงาน ทำให้ลูกค้าลดต้นทุนได้มาก ๆ และพนักงานของผมยังมีความสุขพร้อมอนาคตสดใสครับ

อยากจะแนะนำคนที่คิดว่ามีใจก่อนก็พอแล้ว ให้คิดใหม่ดี ๆ นะครับ ในความเป็นจริงคุณต้องมีการวางแผนหรือมีดีอะไรบางอย่างก่อน ไม่อย่างนั้นการเริ่มต้นคุณจะต้องเริ่มต้นตั้งไข่อย่างยากลำบากแทนที่คุณจะเอากำลังไปพบลูกค้าและสร้างกำไรมาเป็นกระแสเงินสดให้กับบริษัทหรืออาชีพฟรีแลนซ์ของคุณ ดังนั้นก่อนที่คุณจะเริ่มต้นทำธุรกิจต้องมั่นใจว่าคุณจะหาลูกค้าได้นะครับ

ในส่วนของทีมงาน หากคุณต้องมีหุ้นส่วนต้องอย่าลืมคัดเลือกให้ดีครับ คนเก่งย่อมมีหนทางของตัวเอง ดังนั้นส่วนใหญ่คนที่จะมาช่วยเติมเต็มจุดมุ่งหมายของคุณจึงมักจะไม่ค่อยมีความสามารถพิเศษหรือแรงใจเท่าคุณหรือเก่งคนละเรื่องกับที่คุณเก่ง อย่าลืมข้อนี้ไปเด็ดขาด

คุณต้องเก่งพอที่จะถ่ายทอดความรู้ของคุณได้ด้วยนะครับ เพราะการทำงานนั้นแยกส่วนไม่ได้ ทุกอย่างคือธุรกิจของเรา ทุกคนควรเข้าใจผลิตภัณฑ์และพันธกิจขององค์กรเป็นอย่างดี อย่างธุรกิจของผมเองทุกส่วนคืองานบริการในนาม EXPT Co., Ltd. ดังนั้นมันจึงควรจะสร้างความประทับใจให้ลูกค้าทั้งหมด ซึ่งผมกับทีมงานเองก็ยังทำไม่ดีนักและจะพยายามปรับปรุงต่อไปครับ

สุดท้ายนี้ถ้าประสบการณ์ของผมจะช่วยส่งเสริมให้คุณเริ่มต้นธุรกิจของคุณได้ ก็ขอขอบคุณและยกให้เป็นความดีของครอบครัว คนรัก ญาติพี่น้อง ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และล่วงลับไปแล้วที่มีส่วนผลักดันให้ผมเริ่มต้นธุรกิจได้ครับ