ขึ้นชื่อว่าเป็นการนำเข้าหรือส่งออกก็ตาม สินค้าแต่ละชิ้นต้องเดินทางตั้งแต่หลักร้อยกิโลเมตรไปจนถึงหลายพันกิโลเมตรกว่าจะสำเร็จภาระกิจ มีทั้งฝ่าคลื่นหลายพันลูก การโยนอย่างไม่ใยดีจากใครก็ไม่รู้ที่ไม่ได้รักษาสินค้าของคุณอย่างแน่นอนและอื่น ๆ อีกมากมาย สิ่งที่คุณควรจะทำคือปกป้องสินค้าคุณอย่างดีทุกวิถีทาง

เรามาดูว่าเส้นทางหฤโหดที่สินค้าของคุณจะต้องฝ่าฟันไปให้ได้มีอะไรกันบ้างครับ

1. คลื่นลมในทะเลหรือตกหลุมอากาศ

การบรรจุสินค้าให้ปลอดภัยจากแรงกระแทกเป็นปัญหาด่านแรก ๆ ในการขนส่งทางไกลแบบนี้ หากคุณจำเป็นต้องขนส่งสินค้าที่มีความบอบบางก็ควรจะวางแผนป้องกันไว้ให้ดีที่สุดครับ คลื่นในทะเล หลุมอากาศบนฟ้าไม่เคยปราณีใคร สินค้าของคุณก็เช่นกัน แต่บนฟ้ายังไงก็นิ่มกว่าในทะเลเยอะนะครับ

2. ฝนตกพายุเข้า!

สภาพอากาศนั้นอาจจะไม่ส่งผลกับสินค้าซักเท่าไหร่โดยเฉพาะเครื่องบินเพราะลำตัวของเครื่องบินคลุมไว้ทั้งหมด(ยกเว้นเครื่องจะตก) ปัญหาส่วนใหญ่เป็นทางเรือหรือทางรถซะมากกว่า อย่างเช่นตู้สินค้ารั่วเป็นต้น จงอย่าไว้ใจตู้คอนเทนเนอร์ที่ผ่านมาหลายร้อยหลายพันมือง่าย ๆ ครับ ถ้าสินค้าคุณเปียกไม่ได้หรือใช้ตู้ควบคุมอุณหภูมิคุณควรจะตรวจสภาพตู้ให้ดีก่อนบรรจุนะครับ หรือถ้าส่งแบบ LCL คลุมพลาสติกไว้ซักหน่อยก็ดี

3. คนงานและอุปกรณ์เครื่องมือทุ่นแรง

“นั่นไม่ใช่ของชั้น ชั้นควรจะรีบๆทำให้เสร็จ และตอนนี้ชั้นเหนื่อยมาก” พวกเค้าไม่ได้มีเจตนาร้ายกับสินค้าของคุณนะครับ แต่พวกเค้าก็ไม่สามารถรักสินค้าของคุณได้เท่ากับตัวคุณจริง ๆ บางครั้งความรีบก็อาจจะทำให้ฟอร์คลิฟกระแทกกล่องคุณทะลุ หรือความหนักก็อาจจะทำให้สินค้าหลุดจากมือได้ครับ

4. ถนนหนทาง

ไม่ว่าจะขนส่งทางไหน “เรือ” หรือ “เครื่องบิน” จุดเริ่มต้น และ จุดสุดท้ายก็ต้องใช้รถบรรทุกแบบไหนซักอย่างนึง กระบะ หกล้อ หรือหัวลาก ก็ตามแต่จำเป็น ถึงคุณมั่นใจว่าสินค้าคุณพร้อมลุยคลื่นลมบนท้องฟ้าหรือผืนน้ำอันดุดัน ก็อาจจะไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คุณคิด การกระแทกรัว ๆ บนถนนที่สภาพไม่ดีนั้นมีโอกาสเสียหายมากกว่าอยู่บนเรือซะอีก หรืออย่างเลวร้ายที่สุดก็คือล้มคว่ำ ซึ่งการล้มคว่ำก็อยุ่เหนือการควบคุมจริง ๆ ว่าจะไม่ให้สินค้าเสียหายได้อย่างไร

สุดท้ายที่สุดนี้ผมแนะนำให้ทุกคน “ทำประกันภัยขนส่งสินค้า” เอาไว้ด้วยนะครับ มันช่วยได้มากและช่วยได้ดีโดยเฉพาะในกรณีที่ไม่มีใครยืดอกออกมารับผิดเลยครับ