“กาแฟ” เครื่องดื่มยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของโลกที่ทุกคนรู้จักและดื่มกันเป็นประจำ กลิ่นที่หอมกรุ่นเย้ายวน… และบรรยาการสโลวไลฟ์… ชวนให้คนรุ่นใหม่จำนวนมากฝันจะเป็นบาริสต้าในร้านกาแฟของตัวเองซักครั้งในชีวิต ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เคยคิดจะเปิดร้านกาแฟบรรยากาศดี ๆ ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้อยู่เหมือนกันครับ

เมล็ดกาแฟสดชั้นดีส่วนใหญ่นั้นนำเข้ามาจากประเทศในแถบอเมริกาใต้และเอเชีย การนำเข้ากาแฟนั้นโดยปกติเราก็จะใช้ตู้แห้งธรรมดาทั่วไปแต่หากต้องการตู้พิเศษก็ไม่มีปัญหาครับ การขนส่งนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยของสินค้าเป็นหลักอยู่แล้ว หากคุณได้รับคำแนะนำจากผู้ขายอย่างไรก็สามารถใช้ได้ตามนั้นแต่ตู้พิเศษก็จะมีราคาค่าขนส่งที่สูงกว่ามาก

นำเข้าเมล็ดกาแฟ

การขนส่งระหว่างประเทศก็ไม่ใช่เรื่องจุกจิกเท่าไหร่อย่างที่กล่าวมา ส่วนที่สำคัญที่คุณจะต้องทำจริง ๆ จะอยู่ในขั้นตอนพิธีการศุลกากรขาเข้าเพราะต้องใช้เอกสารถึง 4 ตัวด้วยกัน

เอกสารทั้ง 4 ตัวประกอบไปด้วย

  1. ใบอนุญาตขอนำอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร คุณต้องไปติดต่อขออนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักร ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ครับ
  2. ใบรับรองถิ่นกำเนิด Certificate of Origin เอกสารยืนยันถิ่นกำเนิดตัวนี้ทางผู้ส่งออกจะเป็นคนขอให้เราจากหน่วยงานในประเทศของผู้ส่งออกเอง
  3. หนังสือรับรองการได้สิทธินำเข้า ตามโควต้าหรือนอกโควต้า เอกสารสำหรับขอนำเข้าตัวนี้ต้องติดต่อกรมการค้าต่างประเทศก่อนทำการนำเข้าครับ
  4. ใบอนุญาตสลากอาหารหรือใบจดทะเบียนแจ้งรายละเอียดผลิตภัณฑ์ เอกสารกำกับข้างบรรจุภัณฑ์ต้องไปขอที่ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ครับ

อัตราภาษี นำเข้าเมล็ดกาแฟ

  • ในโควต้า 30%
  • นอกโควต้า 90%
  • สามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีได้ แต่ต้องขอใบรับรองจากกรมการค้าต่างประเทศ

จะเห็นว่าขั้นตอนที่ยากที่สุดก็คือการขอใบอนุญาตต่าง ๆ ในฝั่งไทยเรานี่แหละครับ เอกสารแต่ละตัวก็ต้องใช้ทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย อีกทั้งภาษีที่สูงและสิทธิพิเศษทางภาษีที่ดูวุ่นวายมาก หากใครจะนำเข้าเมล็ดกาแฟจริง ๆ คงต้องพยายามปรึกษาหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบที่สุดครับ

ปล. ข้อกำหนดอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ให้ติดตามประกาศหรือสอบถามกรมศุลกากรและกรมการค้าต่างประเทศเพื่อตรวจสอบอีกครั้ง