ผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนจะรู้จัก 3D printing เป็นอย่างดีจากการที่มีอยู่ช่วงหนึ่ง มีการทำโมเดลคนดังออกมาโปรโมตจนดังไปทั่วโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กอย่าง Facebook แต่สุดท้ายก็เงียบหายไปเพราะยังตอบสนองความต้องการไม่ได้มากพอ ก็แน่ละครับตุ๊กตาตัวละ 1,000-10,000 บาท มันเกินจะจ่ายไหวแถมใช้งานอะไรก็ไม่ได้ ปรากฎการณ์นี้จึงดังเป็นพลุได้แค่ไม่นานก็วาบหายไป แล้วก็ไปทำกันอยู่ในวงเล็ก ๆ ที่สนใจในเรื่องนี้โดยเฉพาะ แต่มันจะกลับมาอย่างแน่นอนในอนาคตอันใกล้นี้ไม่เกิน 3-5 ปี ธุรกิจ 3D Printing จะกลับมาอีกครั้งเพราะมันคือกระแสที่จะเปลี่ยนโลก! ฟังดูเว่อวังนะครับ 55 ใครไม่เชื่อไม่เป็นไรครับ ฟังเอาไว้เม้ามอยเล่น ๆ กับเพื่อนอีก 3-5 ปีข้างหน้าว่ามีไอ้บ้าคนนึงมาโม้เรื่อง 3D printing จะเปลี่ยนโลกให้ฟังก็ได้ครับ

เครื่องพิมพ์สามมิติเป็นอุปกรณ์ที่ตอนนี่ไม่ใหม่แล้วและก็ผลิตออกมาจำนวนมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนด้วย ในไทยก็มีกลุ่มที่รักชอบทางด้านนี้อยู่ไม่น้อย ผมเห็นผลงานจำนวนมากมาแล้ว ซึ่งเป็นงานที่คนกำลังพัฒนากันอยู่อย่างขมักเขม้น เชื่อว่าผลิตภัณฑ์จากเครื่องพิมพ์สามมิตินั้นอยู่รอบ ๆ ตัวเราแต่แค่เราไม่ทันนึกถึงแค่นั้นเองครับ

แล้วมันเกี่ยวยังไงกับการนำเข้าส่งออก? ผลิตภัณฑ์จากการ Craft ด้วยเครื่อง 3D Printing จะกลายเป็นสินค้าชนิดหนึ่งน่ะสิครับ วัสดุที่ใช้ก็จะแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นแต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพลาสติก หลาย ๆ คนน่าจะเคยเห็นข่าวว่าคนจีนสร้างบ้านด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติมาแล้ว ซึ่งนั่นเป็นหนึ่งในการพัฒนาเครื่องพิมพ์นี้ให้ใช้งานได้จริง อีกหน่อยเราอาจจะมีเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่สำหรับสร้างบ้านจริง ๆ ก็ได้ อีกอย่างคือ เม็ดพลาสติก ซึ่งไทยทำได้ดีในเรื่องนี้ ก็อาจจะเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง

เราอาจจะมองภาพการนำเข้าส่งออก เครื่องพิมพ์ วัตถุดิบ และ ชิ้นส่วนสำเร็จรูป ไว้ได้เป็นอย่างน้อยในอนาคต แต่ที่ไม่ควรจะมองข้ามเลยคือการนำเข้าส่งออกสินค้าที่ผลิตเพื่อใช้งานในชีวิตประจำวันจากเครื่องพิมพ์สามมิติครับ สินค้าเหล่านี้จะมีทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ในครัวเรือน อุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เช่น แขนเทียม เป็นต้น

3D Printing จะก่อให้เกิดการผลิตในครัวเรือนและอินเตอร์เน็ตจะเปิดช่องทางการส่งออกไปสู่ตลาดโลก

เทรนด์การเปลี่ยนแปลงนี้ย่อมจะหมายถึงการส่งออกสินค้าที่เล็กลง น้อยลง และ เป็นสินค้า Unique ที่เหมาะกับผู้ใช้รายใดรายหนึ่งมากขึ้น การค้าในโลกอนาคตจะเป็นการผลิตเพื่อขายเพื่อคนใดคนหนึ่งมากกว่าการผลิตเพื่อทุกคนแบบในปัจจุบันครับ ถ้าไม่มองอย่างมีอคติทุกวันนี้เราเริ่มบริโภคสินค้าที่สร้างมาอย่างแตกต่างหรือยกระดับตัวเราในปริมาณที่สูงขึ้น อะไรที่ทำให้เราแตกต่างกว่าคนอื่น โดดเด่นกว่าคนอื่น มักจะเป็นสินค้าราคาแพงแต่กลับขายง่ายกว่าสินค้าราคาถูกทั่วไป แถมเล่นตัวได้ไม่ง้อลูกค้าอีกด้วยนะครับ

จริง ๆ การมีสินค้าที่แปลก โดดเด่น และเหนือกว่าคนทั่วไปก็เป็นอะไรที่ทำให้ขายง่ายกว่ามานานแล้ว แต่ในยุคสมัยที่การสื่อสารโคตรจะไวแบบนี้ เทรนด์มันวิ่งไว การแสดงให้คนเห็นสินค้าของเรามันก็ง่ายกว่าเดิม มันจึงแตกต่างในเรื่องของความ Unique  ที่ต้องมากกว่า 3D printing จึงจะเป็นทางออกที่ใช่ ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุดและ Unique จริง ๆ

สรุปโอกาสในการนำเข้าส่งออก เมื่อยุคของ 3D printing มาถึง

เมื่อมีสินค้าที่มีเพียงไม่กี่ชิ้นในโลกสำหรับคนรายได้ปานกลางที่เป็นฐานของลูกค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผมขอพยากรณ์ว่าการเคลื่อนย้ายสินค้าด้วยการนำเข้าส่งออกจะวิ่งตามเทรนด์นี้ครับ
– การนำเข้าส่งออกสินค้าที่เป็นชิ้นเล็กลง
– การนำเข้าส่งออกสินค้าที่จำแนกพิกัดภาษียากขึ้น
-การนำเข้าส่งออกสินค้าทางรถและทางอากาศเพิ่มขึ้น
-การนำเข้าสินค้าเพื่อการบริโภคจะสูงกว่านำเข้าเพื่อมาจำหน่ายต่อ
-เกิดการนำเข้าส่งออกสินค้ามือสองมากขึ้น

ผู้ประกอบการค้าขายทั่วไปรวมทั้งนำเข้าส่งออก ก็ควรที่พร้อมจะปรับตัวรอรับการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมต่าง ๆ ด้วยนะครับ ใครทำก่อนคือผู้นำตลาด คนทำทีหลังคือคนลอกเลียนแบบ คุณก็รู้ว่าคนเค้าจะให้น้ำหนักใครดีกว่ากัน