God is in the DATA

ประโยคนี้ผมจำไม่ได้ว่าไปอ่านเจอจากที่ไหน แต่ผมเจอมันบ่อยมากและมันติดอยู่ในหัวผมแบบแกะไม่ออกเลยทีเดียวครับ

Data(อ่านว่า เด-ต้า) นั้นแปลตรงตัวคือข้อมูล แต่ทำไมพระเจ้าถึงอยู่ในนั้นละ..? ก็เพราะทุกวันนี้เราอยู่ในโลกยุคดิจิทัลยังไงละครับ ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ทุก ๆ การคลิ๊กบนคอมพิวเตอร์หรือทัชบนสมาร์ทโฟนผ่าน application หรือ website ถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูล เพื่อที่จะรู้ว่าใครทำอะไรและเปลี่ยนมันให้เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า

ซึ่งเจ้า Data เนี่ยมันคือขุมทรัพย์ขนาดมหึมาที่ผมใฝ่ฝันจะเป็นคนหนึ่งที่ได้ครอบครองเลยนะครับ และตอนนี้ผมก็ได้ครอบครองข้อมูลชุดเล็ก ๆ ชุดหนึ่งกับเขาด้วยเหมือนกัน ก็เวปไซต์ผมนี่เองครับที่บอกผมว่าใครจำนวนเท่าไหร่สนใจเรื่องอะไรและควรแปลงออกมาเป็นผลิตภัณฑ์อะไรให้ลูกค้าได้ใช้กัน

ส่วน Data ของคนอื่นในแบบฟรีก็มักจะเป็นข้อมูลที่เป็นชั้นนอกสุดอยู่ ส่วนข้อมูลเชิงลึกก็ต้องหาวิธีขุดเอาเองด้วยวิธีการบ้าน ๆ แบบทำเวปไซต์ต่อไป เพราะไม่มีตังจะซื้อโปรแกรมน่ะครับ T^T

แล้วทำไมถึงบอกว่า ข้อมูล ไร้ค่าละ?

ข้อมูลสำหรับผมแล้วคือพลังพิเศษมาก ใครได้ถือเดต้าไว้ในมือมากที่สุดและเป็นข้อมูลที่ปัจจุบันที่สุดคนนั้นก็เข้าใกล้ความเป็นผู้ถืออนาคตไว้ในมือ และเมื่อไหร่ที่สามารถใช้งานเดต้าเหล่านั้นได้ก็เป็นพระเจ้าดี ๆ นี่เอง

แต่มันก็ไม่สำคัญเท่าไหร่หรอกครับ เพราะ ข้อมูลบางอย่างมีไปก็เท่านั้น ไม่ว่าเราจะมีข้อมูลว่าลูกค้าของเราจะมีสินค้าอะไรมากเท่าไหร่เพื่อจะขนส่ง มันก็เท่านั้นครับ เพราะมันเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างเปิดเผย ลูกค้าอยากเทียบราคาก็เอาราคาเราไปให้คนอื่นอยู่ดี ข้อมูลเรื่องการขนส่งก็ถูกเปิดเผยออกไปอยู่ดี ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยใช่มั้ยละครับ?

ดังนั้นแล้ว เดต้า ที่ดีจึงไม่ใช่แค่ตัวเลขสถิติอะไรที่เป็นข้อมูลเปิดเผยเหล่านั้นหรอก ใครที่กอดข้อมูลแบบนั้นเอาไว้ก็บอกได้เลยว่าหาประโชยน์ได้น้อยมากและใคร ๆ ก็มีได้ ไม่ใช่ข้อมูลที่จะทำให้เราได้เปรียบใครเค้า

แล้วข้อมูลแบบไหนที่มีค่า?

ข้อมูลตัวไหนก็สำคัญครับ งง มั้ยครับ? ที่ข้อมูลมันสำคัญขึ้นมาได้เนี่ยเพราะคนที่สามารถจัดการและแปลงข้อมูลออกมาเป็นผลงานได้ต่างหากที่ทำให้ข้อมูลมีความหมาย แบบว่าน้ำมันดีเซล ถ้าไม่มีเครื่องดีเซลก็ใช้งานไม่ได้เป็นของไร้ค่าดี ๆ นี่เองแหละครับ แต่แค่น้ำมันดีเซลเกรดต่ำ ๆ ก็พาเราเร่งแซงชาวบ้านเค้าไม่ได้เหมือนกัน

ดังนั้นคนที่เอาข้อมูลที่มีค่าจำนวนมากที่กระจัดกระจายมาใช้ได้เนี่ยแหละครับที่สำคัญกว่าข้อมูล เพราะโลกดิจิทัลมันเต็มไปด้วยข้อมูล ทะเลข้อมูลที่เกิดขึ้นทุกวันทับถมกันจนไม่รู้ว่าตัวไหนเป็นอะไร เอาไปใช้อะไรได้ต้องพึ่งพาคนที่จะมากรองเอาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ครับ