บทลงโทษต่าง ๆ ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในองค์กรนั้นมักจะมีเจตนาเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งบางครั้งบทลงโทษหรือข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า ‘ความกลัว’ ขึ้นมาในหมู่พนักงาน เช่น กลัวจะถูกหักเงินเดือน กลัวจะไม่ก้าวหน้า กลัว ๆ ๆ มากมายหรือแม้ กระทั่งการด่าว่าต่าง ๆ จากหัวหน้าโดยไม่ได้ออกมาเป็นกฎ แต่แค่นี้ก็พอจะสร้างความกลัวในใจลูกน้องได้ไม่ยาก และโดยธรรมชาติคนเราจะปกป้องตัวเองเสมอแม้ไม่รู้สึกตัวก็ตาม แต่สัญชาตญาณจะสร้างแรงขับออกมาอยู่ดีเมื่อเกิดความกลัวก็ต้องปกป้องตัวเองด้วยวิธีการต่าง ๆ นา ๆ

แล้วลูกน้องจะปกป้องตัวเองอย่างไร? คำถามนี้คือคำถามที่ถูกละเลยเป็นอย่างมาก จนทำให้วัฒนธรรมองค์กรบิดเบี้ยวไปไม่สามารถควบคุมได้อีกเลย การไม่ใส่ใจความรู้สึกแล้วเอาแต่ตั้งกฎหยุมหยิมขึ้นมากฎแล้วกฎเล่า เพื่อที่จะปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทอาจจะก่อให้เกิดผลเสียมหาศาล ดังนั้นก่อนตั้งกฎอะไรมาก็ตามอย่าลืมที่จะนึกถึงว่าถ้าเราไปอยู่ตรงจุดนั้น เราจะมีทัศนะคติอย่างไรกับกฎ การตั้งกฎที่ดีนั้นควรจะตั้งเพื่อให้ชีวิตการทำงานของทุกคนราบรื่นที่สุดมากกว่า เพราะจริง ๆ แล้วลูกน้องคุณอยากมีความสุขในการทำงานพร้อม ๆ กับเงินเดือนที่เหมาะสมแค่นั้นเองครับ..

ดังนั้นแล้วก็อย่าตั้งกฎให้ลูกน้องกลัวเลยนะครับเพราะความกลัวจะผลักดันให้ลูกน้องทำสิ่งต่อไปนี้ครับ

โกหก

เคย เห็นเด็ก ๆ ที่โดนทำโทษโหด ๆ บ่อย ๆ มั้ยครับ เช่นเด็กในสลัม พวกเค้ามักจะโกหกเพราะพ่อแม่มักจะลงโทษพวกเค้ารุนแรงเมื่อทำผิด การเลี่ยงจากการถูกลงโทษที่ง่ายที่สุดคือ โกหก มันซะเลย

ทัศนะคติลบ

แน่ นอนว่าพอไม่พอใจ ลูกน้องก็จะตั้งแง่ใส่แน่นอน ถ้าลูกน้องเริ่มมีความคิดลบ ๆ กับองค์กรแล้วละก็ องค์กรก็ตันอยูาตรงนั้นแหละครับ ใครอยากจะทำเพื่อองค์กรอีกใช่มั้ยละครับ

ลาออก

แน่ละสิครับ ใครจะไปทำงานแบบกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ได้

หลังจากอ่านจบแล้วขอให้ทุกองค์กรเป็นองค์กรแฮปปี้แสนสุขทุกที่เลยนะครับ :)